กินขนมไทยมีประโยชน์
ต่อสุขภาพไม่น้อยหรอกนะคะ
โดยเฉพาะเมนูขนมไทยดังต่อไปนี้ที่เราได้หยิบมานำเสนอพร้อมกับแจกแจงให้ได้
ทราบถึงประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ในขนมไทยแต่ละชนิด คิดจะกินขนมไทย
แนะนำให้เลือกเมนูขนมไทยตามลิสต์ด้านล่างเลย
1. ถั่วเขียวต้มน้ำตาล
ถั่วเขียวจัดเป็นธัญพืชเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์มหาศาลเลยทีเดียว
โดยถั่วเขียวมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ ไฟเบอร์ก็สูง
ช่วยแก้อาการท้องผูก และมีสรรพคุณช่วยขับพิษให้ร่างกายอีกด้วย
ทั้งนี้ถั่วเขียวต้มน้ำตาลจะเป็นเมนูขนมหวานที่เฮลธ์ตี้มากขึ้นหากเราใช้
หญ้าหวานแทนน้ำตาลนะคะ
2. ลูกชุบ
เมนูขนมหวานไทย ๆ
ที่มีสีสันน่ารับประทาน และลูกชุบก็ทำมาจากถั่วเขียว
คุณประโยชน์จากถั่วเขียวก็ได้แบบเต็ม ๆ
ทว่าก็ควรเลือกลูกชุบที่สีสันไม่จัดจ้านจนเกินไปด้วยนะคะ อ้อ !
สำหรับลูกชุบนั้น ให้พลังงาน 23 กิโลแคลอรี/ชิ้น เท่านั้นเองค่ะ
3. ฟักทองนึ่งจิ้มน้ำตาล
เมนูนี้จะได้ประโยชน์เน้น ๆ
ถ้าสามารถกินฟักทองนึ่งแบบไม่จิ้มน้ำตาลได้ แต่ถ้าคลุกมะพร้าวขูดฝอย ๆ
ก็ได้อยู่นะคะ
เพราะทั้งฟักทองและมะพร้าวก็ต่างเป็นอาหารเพื่อสุขภาพด้วยกันทั้งคู่
ส่วนพลังงานในขนมชนิดนี้อยู่ที่ 188 กิโลแคลอรีต่อฟักทอง 1 จานเล็ก
4. ฟักทองแกงบวด
อีกหนึ่งเมนูขนมหวานที่แค่ได้กลิ่นก็ชวนน้ำลายสอ
และก็แน่นอนค่ะว่าเมนูนี้เราจะได้ประโยชน์จากฟักทองเต็ม ๆ
ในขณะที่มีพลังงาน 125 กิโลแคลอรี เท่านั้น
แต่ถ้าใช้นมสดแทนกะทิด้วยก็จะยิ่งได้ประโยชน์ทางสารอาหารแบบสองเด้งเลยนะ
5. กล้วยต้ม
ประโยชน์ของกล้วยน้ำว้าใคร ๆ
ก็รู้ว่ามีวิตามินและแร่ธาตุพร้อมทั้งสารอาหารแบบจัดเต็ม
ยิ่งกินกล้วยได้ทุกวันก็ยิ่งดี
และเมนูกล้วยต้มก็เป็นอีกหนึ่งเมนูสุขภาพที่กินแล้วได้ประโยชน์จากสุขภาพ
อย่างไม่ต้องสงสัย บวกกับมะพร้าวที่มีวิตามินเอ มีเอสโตรเจน
ก็ยิ่งดีต่อสุขภาพกันไปใหญ่
6. ถั่วดำน้ำกะทิ
ถั่วดำมีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลทางเดินอาหาร ต้านมะเร็งรังไข่
เพราะในถั่วดำมีเบต้าแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระอยู่พอสมควร
ที่สำคัญในถั่วดำยังมีวิตามินเออีกด้วยนะคะ
7. บัวลอยน้ำขิง
จัดว่าเด็ดสุด ๆ
เลยค่ะกับเมนูขนมหวานถ้วยนี้
เพราะทั้งน้ำขิงและงาดำในลูกบัวลอยต่างก็มีสรรพคุณดี ๆ ที่ไม่แพ้กันเลย
เริ่มจากน้ำขิงที่มีส่วนช่วยขับลม แก้ปวดประจำเดือนก็ได้ ดื่มอุ่น ๆ
ก็ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี
ส่วนงาดำมีสรรพคุณบำรุงผิวและกระดูก ลดคอเลสเตอรอลในเลือด และบำรุงหัวใจ
8. มันต้มขิง
น้ำขิงสามารถนำมาทำเมนูขนมหวานอย่างมันต้มขิงก็ได้ด้วย
โดยมันเทศมีประโยชน์ในเรื่องต้านอนุมูลอิสระจากสารเบต้าแคโรทีน
มีไฟเบอร์สูง และมีวิตามินอีกหลากหลายชนิดด้วยกัน
ยิ่งกินกับน้ำขิงก็ได้ประโยชน์ทวีคูณขึ้นไปอีก
9. ลูกเดือยเปียก
ลูกเดือยมีฤทธิ์บำรุงกำลัง
มีสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ไข้ แก้ท้องเสีย
และมีเมือกช่วยหล่อลื่นกระเพาะอาหารและลำไส้
แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินที่หลากหลาย บรรเทาอาการเหน็บชาก็ได้ด้วยนะคะ
ทว่าลูกเดือยเปียก 1 ถ้วย ให้พลังงาน 220 กิโลแคลอรี
ยังไงก็รับประทานแต่พอดีหรือกินเป็นลูกเดือยต้มน้ำตาลก็จะตัดแคลอรีลงไปได้
อีก
10. เฉาก๊วย
เฉาก๊วยเป็นสมุนไพรที่ช่วยดับกระหาย คลายร้อน บรรเทาอาการหวัด ลดไข้
แก้คลื่นไส้ ทำให้เจริญอาหาร ทั้งยังแก้ร้อนในให้ได้อีกด้วยนะคะ
ที่สำคัญเฉาก๊วยหนึ่งถ้วยให้พลังงานเพียง 8 กิโลแคลอรีเองแหละ
ที่มา กินขนมไทยมีประโยชน์ ต่อสุขภาพไม่น้อยหรอกนะคะ โดยเฉพาะเมนูขนมไทยดังต่อไปนี้ที่เราได้หยิบมานำเสนอพร้อมกับแจกแจงให้ได้ ทราบถึงประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ในขนมไทยแต่ละชนิด คิดจะกินขนมไทย แนะนำให้เลือกเมนูขนมไทยตามลิสต์ด้านล่างเลย
ที่มา กินขนมไทยมีประโยชน์ ต่อสุขภาพไม่น้อยหรอกนะคะ โดยเฉพาะเมนูขนมไทยดังต่อไปนี้ที่เราได้หยิบมานำเสนอพร้อมกับแจกแจงให้ได้ ทราบถึงประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ในขนมไทยแต่ละชนิด คิดจะกินขนมไทย แนะนำให้เลือกเมนูขนมไทยตามลิสต์ด้านล่างเลย
1. ถั่วเขียวต้มน้ำตาล
ถั่วเขียวจัดเป็นธัญพืชเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์มหาศาลเลยทีเดียว
โดยถั่วเขียวมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ ไฟเบอร์ก็สูง
ช่วยแก้อาการท้องผูก และมีสรรพคุณช่วยขับพิษให้ร่างกายอีกด้วย
ทั้งนี้ถั่วเขียวต้มน้ำตาลจะเป็นเมนูขนมหวานที่เฮลธ์ตี้มากขึ้นหากเราใช้
หญ้าหวานแทนน้ำตาลนะคะ
2. ลูกชุบ
เมนูขนมหวานไทย ๆ
ที่มีสีสันน่ารับประทาน และลูกชุบก็ทำมาจากถั่วเขียว
คุณประโยชน์จากถั่วเขียวก็ได้แบบเต็ม ๆ
ทว่าก็ควรเลือกลูกชุบที่สีสันไม่จัดจ้านจนเกินไปด้วยนะคะ อ้อ !
สำหรับลูกชุบนั้น ให้พลังงาน 23 กิโลแคลอรี/ชิ้น เท่านั้นเองค่ะ
3. ฟักทองนึ่งจิ้มน้ำตาล
เมนูนี้จะได้ประโยชน์เน้น ๆ
ถ้าสามารถกินฟักทองนึ่งแบบไม่จิ้มน้ำตาลได้ แต่ถ้าคลุกมะพร้าวขูดฝอย ๆ
ก็ได้อยู่นะคะ
เพราะทั้งฟักทองและมะพร้าวก็ต่างเป็นอาหารเพื่อสุขภาพด้วยกันทั้งคู่
ส่วนพลังงานในขนมชนิดนี้อยู่ที่ 188 กิโลแคลอรีต่อฟักทอง 1 จานเล็ก
4. ฟักทองแกงบวด
อีกหนึ่งเมนูขนมหวานที่แค่ได้กลิ่นก็ชวนน้ำลายสอ
และก็แน่นอนค่ะว่าเมนูนี้เราจะได้ประโยชน์จากฟักทองเต็ม ๆ
ในขณะที่มีพลังงาน 125 กิโลแคลอรี เท่านั้น
แต่ถ้าใช้นมสดแทนกะทิด้วยก็จะยิ่งได้ประโยชน์ทางสารอาหารแบบสองเด้งเลยนะ
5. กล้วยต้ม
ประโยชน์ของกล้วยน้ำว้าใคร ๆ
ก็รู้ว่ามีวิตามินและแร่ธาตุพร้อมทั้งสารอาหารแบบจัดเต็ม
ยิ่งกินกล้วยได้ทุกวันก็ยิ่งดี
และเมนูกล้วยต้มก็เป็นอีกหนึ่งเมนูสุขภาพที่กินแล้วได้ประโยชน์จากสุขภาพ
อย่างไม่ต้องสงสัย บวกกับมะพร้าวที่มีวิตามินเอ มีเอสโตรเจน
ก็ยิ่งดีต่อสุขภาพกันไปใหญ่
6. ถั่วดำน้ำกะทิ
ถั่วดำมีสรรพคุณช่วยปรับสมดุลทางเดินอาหาร ต้านมะเร็งรังไข่
เพราะในถั่วดำมีเบต้าแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระอยู่พอสมควร
ที่สำคัญในถั่วดำยังมีวิตามินเออีกด้วยนะคะ
7. บัวลอยน้ำขิง
จัดว่าเด็ดสุด ๆ
เลยค่ะกับเมนูขนมหวานถ้วยนี้
เพราะทั้งน้ำขิงและงาดำในลูกบัวลอยต่างก็มีสรรพคุณดี ๆ ที่ไม่แพ้กันเลย
เริ่มจากน้ำขิงที่มีส่วนช่วยขับลม แก้ปวดประจำเดือนก็ได้ ดื่มอุ่น ๆ
ก็ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี
ส่วนงาดำมีสรรพคุณบำรุงผิวและกระดูก ลดคอเลสเตอรอลในเลือด และบำรุงหัวใจ
8. มันต้มขิง
น้ำขิงสามารถนำมาทำเมนูขนมหวานอย่างมันต้มขิงก็ได้ด้วย
โดยมันเทศมีประโยชน์ในเรื่องต้านอนุมูลอิสระจากสารเบต้าแคโรทีน
มีไฟเบอร์สูง และมีวิตามินอีกหลากหลายชนิดด้วยกัน
ยิ่งกินกับน้ำขิงก็ได้ประโยชน์ทวีคูณขึ้นไปอีก
9. ลูกเดือยเปียก
ลูกเดือยมีฤทธิ์บำรุงกำลัง
มีสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ไข้ แก้ท้องเสีย
และมีเมือกช่วยหล่อลื่นกระเพาะอาหารและลำไส้
แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินที่หลากหลาย บรรเทาอาการเหน็บชาก็ได้ด้วยนะคะ
ทว่าลูกเดือยเปียก 1 ถ้วย ให้พลังงาน 220 กิโลแคลอรี
ยังไงก็รับประทานแต่พอดีหรือกินเป็นลูกเดือยต้มน้ำตาลก็จะตัดแคลอรีลงไปได้
อีก
10. เฉาก๊วย
เฉาก๊วยเป็นสมุนไพรที่ช่วยดับกระหาย คลายร้อน บรรเทาอาการหวัด ลดไข้
แก้คลื่นไส้ ทำให้เจริญอาหาร ทั้งยังแก้ร้อนในให้ได้อีกด้วยนะคะ
ที่สำคัญเฉาก๊วยหนึ่งถ้วยให้พลังงานเพียง 8 กิโลแคลอรีเองแหละ
ที่มา https://health.kapook.com/view203130.html
ที่มา https://health.kapook.com/view203130.html
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น